North Chicagorent
HOME MOVIES SERIES FEED
รีวิวหนัง รีวิว

เจสัน บอร์น คัมแบ็กไม่ปัง? วิเคราะห์ทำไมภาค 2016 ถึงเป็นภาคที่อ่อนที่สุดในซีรีส์

เจสัน บอร์น กลับมาในภาคที่ 5 แต่ทำไมถึงไม่สนุกเท่าที่ควร? กองบรรณาธิการชวนเจาะลึกจุดแข็งจุดอ่อนของหนังบู๊สายลับที่เคยสร้างตำนาน

A
13 ก.ค. 2026 · 4 นาทีอ่าน
👁 11
เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย
เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย
Jason Bourne
📅 2016 🕒 123 นาที 🎬 บู๊, ผจญ, ระทึกขวัญ
6.4
/ 10
คะแนนจาก TMDB

หลังจากรอคอยกันนานถึง 9 ปี ในที่สุด เจสัน บอร์น ก็กลับมาใน Jason Bourne (2016) หรือชื่อไทย เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย ด้วยการนำแสดงของแมตต์ เดม่อน และพอล กรีนกราสส์ ผู้กำกับที่เคยสร้างปรากฏการณ์จากภาค 2 และ 3 แต่คราวนี้เสียงตอบรับกลับไม่ร้อนแรงเท่าที่ควร คะแนน TMDB 6.4/10 บ่งบอกว่าหนังไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีเลิศ วันนี้กองบรรณาธิการจะพาไปหาคำตอบว่าทำไมภาคนี้ถึงเป็นภาคที่ 'อ่อน' ที่สุดในซีรีส์

เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)

เจสัน บอร์น ยังคงใช้ชีวิตเร่ร่อน หลบซ่อนจากหน่วยงานข่าวกรองทั่วโลก แต่เมื่อนิคกี้ พาร์สันส์ (จูเลีย สไตล์ส) อดีตเพื่อนร่วมงานของ CIA ติดต่อเขามาพร้อมข้อมูลลับเกี่ยวกับโครงการใหม่ของ CIA ที่ชื่อว่า 'ไอронแฮนด์' ทำให้บอร์นต้องกลับเข้าสู่วงการอีกครั้ง เขาต้องเผชิญหน้ากับโรเบิร์ต ดิวอี้ (ทอมมี่ ลี โจนส์) ผู้อำนวยการ CIA ที่เลือดเย็น และ 'แอสเซท' (วินเซนต์ แคสเซล) นักฆ่าฝีมือฉกาจที่ถูกส่งมาเพื่อกำจัดเขา

หนังเปิดเรื่องด้วยฉากชกต่อยใต้ดินที่บอร์นหาเงินเลี้ยงชีพ ก่อนจะถูกดึงเข้าสู่แผนการใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอารอน คาลลอร์ (ริซ อาเหม็ด) ผู้ก่อตั้งโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ 'ดีพดรีม' ที่ถูก CIA กดดันให้เปิดทางให้สอดแนมผู้ใช้ เนื้อเรื่องพยายามสะท้อนประเด็นความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล แต่กลับถูกบดบังด้วยฉากแอ็กชันที่แม้จะมันส์แต่ก็คุ้นตา

งานการแสดงและตัวละคร

แมตต์ เดม่อน กลับมารับบทเจสัน บอร์น ได้สมบทบาทอีกครั้ง โดยเฉพาะสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความมุ่งมั่น แต่ปัญหาคือตัวละครบอร์นในภาคนี้แทบไม่มีพัฒนาการ เขาเป็นแค่ 'เครื่องจักรฆ่า' ที่เดินหน้าตามเป้าหมายโดยไม่พูดไม่จา ขาดมิติทางอารมณ์ที่เคยมีในภาคก่อน

ทอมมี่ ลี โจนส์ ในบทผู้อำนวยการ CIA เป็นตัวร้ายที่ดูน่าเกรงขามแต่ก็จำเจ อลิเชีย วิกันเดอร์ รับบทฮีทเธอร์ ลี เจ้าหน้าที่สาวผู้ทะเยอทะยาน เธอเล่นได้ดีแต่บทบาทของเธอกลับถูกใช้เป็นเครื่องมือเดินเรื่องมากกว่าจะเป็นตัวละครที่มีน้ำหนัก ส่วนวินเซนต์ แคสเซล ในบทนักฆ่าเงียบขรึม ก็ไม่ต่างจาก 'แกะดำ' ในภาคก่อนๆ มากนัก

งานกำกับ ภาพ และดนตรี

พอล กรีนกราสส์ ยังคงใช้สไตล์การถ่ายทำที่สั่นไหวและตัดต่อเร็วซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขา ทำให้ฉากไล่ล่าตื่นเต้นเร้าใจ โดยเฉพาะฉากไล่ล่าด้วยรถยนต์ในลาสเวกัสที่ยาวเหยียดและอลังการ เป็นไฮไลต์ของเรื่องจริงๆ

แต่ข้อเสียคือกล้องที่สั่นเกินไปในบางฉากทำให้คนดูเวียนหัว และการตัดต่อที่เร็วจนตามไม่ทันลดทอนความสนุกของฉากต่อสู้ระยะประชิดลงไปบ้าง ดนตรีประกอบโดยจอห์น พาวเวลล์ และเดวิด บัคลีย์ ยังคงได้อารมณ์ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเท่า 'Extreme Ways' ของโมบี้ที่ใช้เป็นเพลงปิดประจำซีรีส์

บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ

ในฐานะหนังแอ็กชัน Jason Bourne (2016) ทำหน้าที่ของมันได้ดี ฉากบู๊มันส์สะใจ โดยเฉพาะฉากต่อสู้ในอพาร์ตเมนต์ที่โหดเหี้ยมสมจริง แต่ในฐานะหนังสายลับที่เคยวางมาตรฐานไว้สูง ภาคนี้กลับ 'ซ้ำ' และ 'ปลอดภัย' เกินไป โครงเรื่องคล้ายกับ The Bourne Identity ผสม The Bourne Supremacy โดยไม่มีอะไรใหม่จริงๆ

ประเด็นที่น่าสนใจคือการพยายามสอดแทรกเรื่องความเป็นส่วนตัวในโลกดิจิทัลผ่านตัวละครของริซ อาเหม็ด แต่กลับถูกทิ้งไว้กลางทางและไม่ถูกพัฒนาอย่างเต็มที่ หนังเลือกที่จะเน้นฉากแอ็กชันมากกว่าการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้ง ทำให้แฟนหนังที่คาดหวัง 'จิตวิญญาณ' ของบอร์นต้องผิดหวัง

สำหรับคนที่ชื่นชอบหนังแนวนี้โดยไม่หวังอะไรซับซ้อน อาจจะสนุกกับหนังเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่เติบโตมากับบอร์นในภาค 1-3 คุณอาจรู้สึกว่าภาคนี้เป็นเหมือน 'ของเก่าใส่ขวดใหม่' ขาดความสดใหม่และความเฉียบคมทางความคิด ซึ่งแตกต่างจากประสบการณ์ที่คุณอาจหาได้จาก avsubthai

สรุป

<p>Jason Bourne (2016) เป็นหนังแอ็กชันที่ดูได้เพลินๆ แต่ไม่ถึงกับประทับใจ สำหรับแฟนเก่าที่รักบอร์นจริงๆ อาจจะผิดหวังกับบทที่อ่อนและความซ้ำซาก แต่ถ้าคุณเป็นคนดูทั่วไปที่อยากดูหนังบู๊มันส์ๆ สักเรื่อง หนังเรื่องนี้ก็ตอบโจทย์ได้ในระดับหนึ่ง</p>

ภาพจากหนัง

เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย
เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย
เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย
เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย

👍 จุดเด่น

  • +ฉากแอ็กชันและไล่ล่าสุดมันส์ โดยเฉพาะฉากในลาสเวกัส
  • +แมตต์ เดม่อน ยังคงแสดงเป็นบอร์นได้ดีเยี่ยม
  • +ดนตรีประกอบเข้ากับบรรยากาศของหนัง

👎 จุดด้อย

  • เนื้อเรื่องซ้ำซาก ไร้พลิกแพลง
  • ตัวละครขาดมิติและพัฒนาการ
  • กล้องสั่นมากเกินไปจนดูยากในบางฉาก

นักแสดงนำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Jason Bourne (2016) เป็นภาคที่ 5 ของซีรีส์ ต่อจาก The Bourne Legacy (2012) และเป็นภาคที่แมตต์ เดม่อนกลับมาแสดงอีกครั้งหลังจากห่างหายไป 9 ปี

แนะนำให้ดูภาค The Bourne Identity, Supremacy และ Ultimatum ก่อน เพราะเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะเรื่องความทรงจำที่บอร์นกลับมาจำได้ทั้งหมด

ขอไม่สปอยล์ แต่บอกได้ว่าหนังปิดท้ายด้วยฉากที่บอร์นตัดสินใจเลือกเส้นทางของตัวเองอีกครั้ง และมีฉากหลังเครดิตที่อาจสื่อถึงภาคต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

3 หนังน่าดูที่สุดแห่งปี 2026 ต้องห้ามพลาด!
รีวิว

3 หนังน่าดูที่สุดแห่งปี 2026 ต้องห้ามพลาด!

รวม 3 หนังเด่นจากหลากหลายแนวที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุดในปีนี้ รับรองความสนุกและคุณภาพที่คุณไม่ควรพลาด

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·3 นาที
เมื่อเทพนิยายโรแมนติกพบกับความจริงในสังคมชั้นสูง: รีวิว 'วุ่นรักทายาทพันล้าน' ที่ทำให้คุณต้องอินตาม
รีวิว

เมื่อเทพนิยายโรแมนติกพบกับความจริงในสังคมชั้นสูง: รีวิว 'วุ่นรักทายาทพันล้าน' ที่ทำให้คุณต้องอินตาม

ซีรีส์เกาหลีคลาสสิกที่พาคุณดำดิ่งสู่โลกของทายาทมหาเศรษฐีและหญิงสาวธรรมดา พร้อมบทเรียนชีวิตที่ซ่อนอยู่ใต้ความโรแมนติก

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·4 นาที
วัยมันส์คนพันธุ์ A: แอนิเมชั่นคลาสสิกที่ซ่อนความฮาไว้ในโรงเรียนเทพ
รีวิว

วัยมันส์คนพันธุ์ A: แอนิเมชั่นคลาสสิกที่ซ่อนความฮาไว้ในโรงเรียนเทพ

รีวิวซีรีส์อนิเมะคลาสสิกปี 2008 ที่ผสมผสานความฮา ความรัก และการแข่งขันในโรงเรียนระดับเทพ พร้อมตัวละครสุดป่วนที่คุณจะหลงรัก

Admin· 20 ก.ค. 2026 ·4 นาที
3 หนังคุณภาพสูงสุดจาก Candidate ที่คุณห้ามพลาด!
รีวิว

3 หนังคุณภาพสูงสุดจาก Candidate ที่คุณห้ามพลาด!

จัดอันดับ 3 หนังน่าดูที่สุดจากตัวเลือกที่มี คัดจากคะแนนและเนื้อเรื่องที่โดดเด่น อ่านก่อนตัดสินใจเลือกดู!

Admin· 20 ก.ค. 2026 ·3 นาที